พระสอนศีลธรรม ควรรู้

กฎหมายเกี่ยวกับพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน

phพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  5  ทรงครองราชย์ปี 2411-2453 ได้ทรงนิพนธ์โคลงสุภาษิตเกี่ยวกับการทำงานไว้ว่า

ความรู้คู่เปรียบด้วย        กำลัง  กายแฮ

สุจริตคือเกราะบัง          ศาสตร์พ้อง

ปัญญาประดุจดัง                    อาวุธ

กุมสติต่างโล่ป้อง                     อาจแกล้วกลางสนาม

นัยว่าเป็นคติแนวทางการปฏิบัติงานของคนทุกสาขาอาชีพ  ถ้าหากเป็นคนไทยปฏิบัติตามคติที่พระองค์ทรงสอนไว้ คือ การทำงานทุกอย่างทุกสาขาอาชีพต้องมีความรู้ คือ รู้งาน  รู้คนและรู้สภาพแวดล้อม  พร้อมทั้งใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา  มีสติระมัดระวังไม่ให้ความอยากเกินขอบเขตกรอบศีลธรรมและกฎหมายจนตกเป็นทาสของความโลภ  โกรธ  หลง  และอบายมุข  แต่สามารถควบคุมตนเองให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ก็จะทำให้เราเจริญก้าวหน้า  เป็นที่ยอมรับนับถือของสังคมตลอดไป

ในขณะนี้ (2556) ประเทศไทยเรามีปัญหาการทุจริตคดโกงมาก  จะเห็นได้จากข่าวที่ปรากฏตามโทรทัศน์  วิทยุและหนังสือต่าง ๆ ผู้กระทำผิดในวงราชการทั้งทหาร  ตำรวจ  และพลเรือน  มีตั้งแต่ผู้น้อยไปถึงปลัดกระทรวง  นักการเมืองบางคนที่ถูกฟ้องร้องตั้งแต่เลขานุการไปจึงถึงนายกรัฐมนตรี  ส่วนธุรกิจเอกชนทั้งรายย่อยและบริษัทองค์กรใหญ่ก็มีการทุจริตเช่นกัน

ในปี พ.ศ. 2545 องค์การความโปร่งใสระดับชาติ (Transparency  international) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเยอรมนีได้สำรวจประเทศทั่วโลก  ปรากฏว่าประเทศไทยมีการทุจริตคดโกง (Corruption) อยู่ในอันดับที่ 64 (มติชนสุดสัปดาห์ 30 กันยายน-6 ตุลาคม 2545 หน้า 25) การทุจริตคดโกงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นถึงปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยเราเลื่อนตำแหน่งจากอันดับที่ 64 ขึ้นไปอยู่ 88 นับว่าเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง  การทุจริตคดโกงแพร่หลายไปแทบทุกวงการ  แม้แต่สถาบันการศึกษาบางแห่งก็มีการเรียกรับค่าได้ที่นั่งในการเข้าเรียน

การทุจริตในการปฏิบัติงานในวงราชการคือมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 2499 ในมาตราต่าง ๆ เกี่ยวกับการรีดไถไปถึงฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์รับสินบน ตั้งแต่มาตรา 141, 142, 143, 144, 154, 149, 150, 151, 152, 153, 154, 155 และ 156  ส่วนการกระทำที่มีการฟ้องร้องต่อศาลมากกว่าการทุจริตคดโกงอย่างอื่น  คือการกระทำตามมาตราต่อไปนี้

มาตรา  147  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน  มีหน้าที่ซื้อ  ทำ  จัดการ  หรือรักษาทรัพย์ใด  เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน  หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต  หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี  หรือจำคุกตลอดชีวิต  และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

มาตรา  157  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน  ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี  หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา  162  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน  มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร  กระทำการดังต่อไปนี้  ในการปฏิบัติตามหน้าที่

(1) รับรองหลักฐานว่า  ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ

(2) รับรองเป็นหลักฐานว่า  ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง

(3) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด  หรือจดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น  หรือ

(4) รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี  และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

มาตรา  341  ผู้ใดโดยทุจริต  หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ  หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง  และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม  หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ  ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ  ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี  หรือปรับไม่เกินหกพันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา  343  ถ้าการกระทำความผิดมาตรา  341  ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน  หรือด้วยการปกปิดความจริง  ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน  ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี  หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ (ฉ้อโกงประชาชน)

มาตรา  352  ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น  หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย  เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต  ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอด  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี  หรือปรับไม่เกินหกพันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดตามมาตรานี้บังคับใช้ผู้ที่มิใช่เจ้าพนักงานในหน่วยราชการและผิดต่อ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2551  มาตรา 83 (1) ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา  การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้งถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย (ซึ่งถือว่ากระทำผิดวินัยข้าราชการด้วย)

มาตรา  137  ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือประชาชนเสียหาย  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน  หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่ต่าง ๆ

ผู้ปฏิบัติงานทุกคนถือว่าเป็นมนุษย์ คือ ผู้มีจิตใจสูง  ต้องมีคุณลักษณะของคนดี  มีหิริโอตตัปปะปะ  มีสติสัมปชัญญะ  คอยควบคุมตนเองไม่ให้กิเลสฝ่ายต่ำชักนำไปในทางเสื่อมเสีย  ตามคติที่ว่า “ซื่อกินไม่หมด  คดกินไม่นาน”  การทำงานอย่างสุจริตโปร่งใสก็จะเป็นเหมือนเกราะป้องกันภัยไม่ให้เกิดความวิบัติแก่ผู้ปฏิบัติตลอดไป  เป็นชีวิตที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจด้วย

ถ้ามนุษย์คนไทยส่วนมากยึดมั่นในสุจริตธรรม  ประเทศชาติของเราจะมีแต่ความเจริญก้าวหน้า  เป็นสังคมของกัลยาชนร่วมกันลดสถิติความไม่โปร่งใสจากอันดับที่  88  ลงมาสู่อันดับต้น ๆ เช่น ประเทศฟินแลนด์  สวีเดน  เดนมาร์ก  และนิวซีแลนด์ให้ได้  ถึงแม้จะนานเท่าไรมนุษย์คนไทยส่วนมากก็จะทำและยึดมั่นในความสุจริตโปร่งใสต่อไป